วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

Strangest And Most Beautiful Roads In The World

















Value Recovery from the Reverse Logistics Pipeline


Value Recovery from the Reverse Logistics Pipeline, Rand Publishing 
| December 3, 2004 | ISBN-10: 0833036793 | 91 pages | PDF | 1.05 MB

Product Description
Value recovery, in the form of the return and repair of reparable spare parts, involves sizable investments of time and inventory. This monograph describes metrics developed to evaluate the Army's retrograde processes. Baseline repair times were found to be long: over a month for items repaired below depot and returned to stock. The authors suggest ways to speed up the movement of parts through the system to minimize the size of the parts inventory.

OR

Free Zone สนามบินสุวรรณภูมิ


หากเป้าหมายของผู้ประกอบการผลิต-ส่งออก คือการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน การดำเนินธุรกิจด้วยกิจกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มภายในเขตปลอดอากร สนามบินสุวรรณภูมิ ก็เป็นแนวทางที่น่าสนใจทางหนึ่ง
การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วย Value Added Activities เป็นการสร้างโอกาสและพัฒนาต่อยอดทางธุรกิจ ทั้งนี้ยังช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนในการดำเนินธุรกรรมด้านโลจิสติกส์ได้อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจรภายในสถานที่แห่งเดียว
สนามบินสุวรรณภูมิเปิดทำการเมื่อปี 2549 ปี จนกระทั่งประมาณปี 2551 ได้ทำการเปิดส่วนของพื้นที่เพิ่มมูลค่าสินค้า (Value Added Activities) ในเขตปลอดอากร (Free Zone) ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่จะช่วยผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนโดยการใช้สิทธิประโยชน์ในการใช้พื้นที่เขตปลอดอากร


คุณวิทยา อนุกูล

คุณวิทยา อนุกูล ผู้อำนวยการโครงการบริหารและจัดการเขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ช่วงแรกที่เปิดสนามบินผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ซึ่งดำเนินการเฉพาะการขนถ่ายสินค้า ระยะเวลาที่ผ่านมาธุรกิจไทยหรือผู้ประกอบการไทยเราเองก็ต้องเรียนรู้มุมของธุรกิจที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันจึงมีผู้ประกอบการที่มองเห็นประโยชน์อย่างเช่น บริษัท ฮอนด้า แอคเซส ที่มองเห็นโอกาสที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในเขตฟรีโซน ซึ่งเราคาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
เรามองภาพว่าในแง่กิจกรรมเพิ่มมูลค่าในฟรีโซนได้สิทธิประโยชน์มากในเชิงของการเพิ่มมูลค่าที่เพิ่มขึ้น อย่างฮอนด้า แอคเซส เองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องต้นทุนค่าเช่า แต่มีมุมมองของการรับสิทธิประโยชน์จากฟรีโซนไปใช้ซึ่งมีมากมาย ดังนั้นเป้าหมายของเราคือพยายามทำอย่างไรจะสร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการในการใช้สิทธิประโยชน์จากฟรีโซนคุณวิทยา กล่าว
อันที่จริงเขตปลอดอากร (Free Zone) ที่มีไม่เฉพาะในสนามบินเท่านั้น ในแง่การแข่งขันและความคุ้มค่ากับการลงทุน คุณวิทยา มองว่า สนามบินสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางในแง่ Multimodal Transport โอกาสจึงมีมากกว่าฟรีโซนที่เป็น Inland โดยเฉพาะในเรื่องค่าใช้จ่ายโลจิสติกส์ ซึ่งที่นี่ให้บริการลักษณะเป็น One Stop Service ยิ่งถ้าผู้ประกอบการที่เข้าใจธุรกิจในเชิงเพิ่มมูลค่าสินค้าและใช้ความได้เปรียบทางโลจิสติกส์ด้วยระยะทางที่ใกล้กว่าก็จะเป็นข้อได้เปรียบจริงๆ
พื้นที่สำหรับเพิ่มมูลค่าสินค้า (Value Added Area: VAA) เป็นพื้นที่ภายในเขตปลอดอากร (Free Zone) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่อนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการในพื้นที่สามารถประกอบกิจการทางพาณิชยกรรมซึ่งเกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าที่กรมศุลกากรพิจารณาอนุญาต ได้แก่ การค้า การแบ่งแยกกอง การจัดประเภท การคัดเลือก การบรรจุ การแบ่งบรรจุ การบรรจุใหม่ การปิดฉลากหรือเครื่องหมายอื่นใด กิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
การให้บริการศุลกากร ณ พื้นที่สำหรับเพิ่มมูลค่าสินค้า (Value Added Area: VAA) เขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สสภ.) ได้อำนวยความสะดวกด้วยการจัดตั้ง ศูนย์บริการศุลกากรพื้นที่เพิ่มมูลค่าสินค้า (ศบพส.) ขึ้น ณ อาคารบริการกลาง (S1) ในบริเวณพื้นที่สำหรับเพิ่มมูลค่าสินค้า (Value Added Area: VAA) เพื่อให้บริการศุลกากรแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว สำหรับการนำสินค้าเข้าและออกจากพื้นที่
ฮอนด้า ลดต้นทุนโดยใช้พื้นที่เขตปลอดอากร 
บริษัท ฮอนด้า แอคเซส เอเชีย แอนด์ โอเชียเนีย จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของฮอนด้า ที่มีสาขาเกือบทั่วโลก เป็นบริษัทที่ได้ดำเนินการกิจกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้าในฟรีโซน (Free Zone) อย่างครบวงจร คือ Sorting & Relabeling, Assembly, Rework, Sub Assy outbound FZ และ Combine cargo
Sorting, Relabeling โดยการนำสินค้าเข้ามาจากต่างประเทศ ทำการแยกสินค้าที่จะใช้ในประเทศ และรีแพคสินค้าที่จะทำการส่งไปต่างประเทศ  Assembly นำสินค้าที่อยู่ในประเทศและนำเข้ามาจากต่างประเทศ มารวมกันเป็นสินค้าใหม่แล้วทำการส่งออก Rework ฮอนด้าประสบปัญหาสินค้าที่เกิดการเสียหายในการขนส่ง จึงใช้พื้นที่ฟรีโซนจัดการปัญหานี้ทั้งหมด แล้วทำการส่งออก Sub Assy outbound FZ ฮอนด้ามีการนำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา เพื่อส่งซัพพลายเออร์ให้กับโรงงานผลิตประกอบในประเทศ โดยไม่ต้องจ่ายภาษี เมื่อนำเข้ามาในเขตฟรีโซน แล้วทำการส่งออก
คุณเมฆิน ปานรุ่ง หัวหน้างานจัดซื้อต่างประเทศ กล่าวว่า ฮอนด้านำสินค้าเข้ามาแล้วส่งออกโดยไม่เสียภาษี เพราะเรามีการจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการในอนาคต กำลังศึกษาผลิตประกอบเป็นตัวรถแล้วทำการส่งออก


คุณอาภาพรรณี แสงมุกดา

มาตรการสนับสนุนและผลักดันเขตปลอดอากร
คุณอาภาพรรณี แสงมุกดา หัวหน้าฝ่ายพิธีการกลาง สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวถึงมาตรการของกรมศุลกากรในการสนับสนุนและผลักดันเขตปลอดอากร (Free Zone) สนามบินสุวรรณภูมิให้เป็นฮับด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศของภูมิภาคเอเชียว่า ปัจจุบันการขนส่งสินค้าหรือการค้าระหว่างประเทศมีเอกสารหรือมีพิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างๆ มากมายไม่น้อยกว่า 27-30 หน่วยงาน เป็นหน้าที่ของกรมศุลกากรที่ได้มีการดำเนินการในเรื่องของระบบ National Single Window เพื่อการเชื่อมโยงเอกสารกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
เขตปลอดอากรหรือฟรีโซน (Free Zone) คือ เขตพื้นที่ที่กรมศุลกากรอนุมัติให้จัดตั้งเพื่อใช้ในการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ โดยของที่นำเข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรตามกฎหมายบัญญัติไว้

สำหรับข้อได้เปรียบที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการใช้สิทธิประโยชน์ในเขตปลอดอากรหรือฟรีโซน
อันดับแรกคือเรื่องต้นทุน ผู้ประกอบการในฟรีโซนสามารถดูแลต้นทุนในเรื่องของค่าภาษีอากรได้ เมื่อนำของเข้ามาเขตฟรีโซน ยังไม่ต้องเสียค่าภาษีอากร ซึ่งสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในส่วนอื่นของธุรกิจได้
สอง ผู้ประกอบการในเขตฟรีโซน ส่วนใหญ่จะได้รับความเชื่อถือ และมีความมั่นคง ปลอดภัย เพราะผู้ประกอบการที่จะขอจัดตั้งเป็นผู้ประกอบการในเขตฟรีโซน กรมศุลกากรจะต้องทำการตรวจสอบฐานะการเงิน
สาม เมื่อมีความน่าเชื่อถือแล้ว ความรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ก็ตามมา ทั้งสามเรื่องจะผลักดันให้ฟรีโซนสามารถเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาคได้


เขตปลอดอากรสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างไร 
1. ในเรื่องของการขอจัดตั้งเขตปลอดอากรจะจัดตั้งได้ง่าย โดยกรมศุลกากรหน่วยงานเดียว
2. การยกเว้นภาษี โดยยึดหลักในเรื่องของพื้นที่ ซึ่งมีการควบคุมทางกายภาพ (physical control) มีเจ้าหน้าที่ศุลกากรให้บริการพิธีการศุลกากรในการนำเข้า-ส่งออก และพิธีการอื่นๆ แบบเบ็ดเสร็จในหน่วยงานเดียว (one stop service) ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาหลายหน่วยงาน
3. ไม่มีกำหนดเงื่อนไขในจำนวนของที่ส่งออก และระยะเวลาในการส่งออก อย่างในเรื่อง 19 ทวิ หรือบีโอไอ ที่มีข้อกำหนดการนำเข้าของต้องผลิตและส่งออกภายในหนึ่งปี
4. วัสดุ เครื่องจักรที่ใช้ในกิจกรรมในเขตปลอดอากรที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ จะได้รับสิทธิยกเว้นอากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต ด้วย
5. ยกเว้นอากรขาออกแก่ของที่ปล่อยออกจากเขตปลอดอากร เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร และของในราชอาณาจักรที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากร
6. การโอนย้ายของจากเขตปลอดอากรเข้าไปยังคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือส่งไปยังผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 19 ทวิ หรือบีโอไอ โดยจะถือวันนำเข้าคือนับจากวันที่นำของออกจากเขตปลอดอากร ภาระภาษีต่างๆ จะนับจากวันที่ของออกจากเขตปลอดอากร
7. มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งจะเห็นว่าประเทศมีการดูแลผู้บริโภคภายในประเทศมากขึ้น ของที่นำเข้ามาใช้บริโภคในประเทศ เขตปลอดอากรมีการยกเว้นเรื่องนี้ด้วย แต่ถ้านำออกไปบริโภคในประเทศ ณ วันออกจากเขตปลอดอากรจะต้องขอใบอนุญาติมาตรฐานอุตสาหกรรม
8. การได้รับสิทธิยกเว้นหรือคืนอากร กรณีส่งของไปต่างประเทศ หรือการนำเข้าไปในเขตปลอดอากรก็ถือว่าได้รับการยกเว้นอากรหรือคืนอากรโดยถือเสมือนว่าของนั้นได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว
9. เขตปลอดอากรที่มีการผสม ประกอบ โดยมีวัตถุดิบทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมอยู่ด้วย นำของเข้ามาบริโภคภายในประเทศ ต้นทุนของในประเทศสามารถหักจากราคาของสินค้าที่นำเข้าบริโภคในประเทศ
10. เศษหรือของเสียที่อยู่ในเขตปลอดอากร สามารถขออนุมัติทำลายโดยจะได้รับการยกเว้นภาษี
11. สามารถนำของออกจากเขตไปดำเนินการผลิตบางขั้นตอนต่อแล้วนำกลับเข้ามาในเขตปลอดอากร โดยไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งต้องยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
12. การนำของเข้ามา ผลิต ผสม ประกอบในเขตปลอดอากรแล้วจำหน่ายหรือบริโภคภายในประเทศ จะได้รับสิทธิยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรในอัตราที่ต่ำเช่นเดียวกับของที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น สิทธิเอฟทีเออาเซียนหรืออาฟตา ของที่นำออกจากเขตปลอดอาการสามารถได้แหล่งกำเนิดอาเซียน หากเป็นไปตามภายใต้กฎ Local Content ก็จะได้สิทธิเขตการค้าเสรีตามนั้น
ขับเคลื่อนศูนย์กลางขนส่งสินค้าทางอากาศ 
ทำอย่างไรสนามบินสุวรรณภูมิจึงจะเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยเฉพาะในอนาคตอันใกล้เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC มาถึง ต่อประเด็นดังกล่าวนี้คุณอาภาพรรณี แสงมุกดา หัวหน้าฝ่ายพิธีการกลาง สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าทางอากาศ สนามบินสุวรรณภูมิจะต้องสร้างกิจกรรมในการประกอบ เพิ่มมูลค่าสินค้าก่อนส่งออก จะทำให้ไทยเป็นฮับมากกว่าแค่การขนส่ง (Transit) อย่างเดียว
นอกจากนี้ยังมีการจัดทำร่างประกาศระเบียบของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการออกร่างประกาศคำสั่ง โดยจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน คือ พื้นที่คลังสินค้า (Transport Corridor) พื้นที่เพิ่มมูลค่าสินค้า (Economic Corridor) หรือในเขตปลอดอากร และพื้นที่ใหม่คือ พื้นที่สำหรับการกระจายสินค้า (Logistics Corridor) ซึ่งจะเป็นจุดที่ทำให้สนามบินสุวรรณภูมิได้เปรียบและแข่งขันได้ ซึ่งคุณอาภาพรรณี มองว่า มาเลเซียและสิงคโปร์ ก็ประกาศจะเป็นฮับเหมือนกัน ขณะที่เมืองไทยเราเองในจุดภูมิศาสตร์ก็ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่น
ยิ่งไปกว่านั้น ในโซนพื้นที่สำหรับการกระจายสินค้า (Logistics Corridor) จะเป็นพื้นที่สำหรับสินค้าที่ขนส่งมาจากทางบก และต้องการส่งออกทางอากาศ หรือส่งต่อด้วยการขนส่งทางบกไปที่อื่น โดยนำเข้ามาไว้พื้นที่โซน 3 แล้วกระจายออกไป ซึ่งอาจจะเป็นการนำเข้าบริโภคในประเทศ หรือส่งออกไปต่างประเทศโดยการถ่ายลำ ซึ่งในจุดนี้การท่าอากาศยานไทยจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป
ขยายสนามบินสุวรรณภูมิรองรับการเติบโต
แนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิภายใต้แนวคิดท่าอากาศยานเดี่ยว (Single Airport) ตามผลการศึกษาขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือไอซีเอโอ และสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศหรือไออาต้า แบ่งการลงทุนเป็น 3 ระยะ วงเงินลงทุนรวม 1.63 แสนล้านบาท ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดปีละ 103 ล้านคน ภายในปี 2567 โดยท่าอากาศยานไทยมีกำหนดจะย้ายการให้บริการผู้โดยสารภายในประเทศจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิภายในปี 2559
แผนระยะที่ 2 ปี 2560-2563 จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 85 ล้านคน ประกอบด้วยงานขยายอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ งานขยายลานจอดอากาศยาน งานก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 งานก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 และอุโมงค์ส่วนขยาย โดยใช้เงินลงทุน 4.34 หมื่นล้านบาท
แผนระยะที่ 3 ปี 2563-2567 จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดปีละ 103 ล้านคน ประกอบด้วยงานก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 5 งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและถนนฝั่งใต้ และงานขยายลานจอดอากาศยานเพิ่ม โดยใช้เงินลงทุน 9.83 หมื่นล้านบาท


Source: ACBA (Airline Cargo Business Association)


วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

Capsule Hotels in Japan











Build it Bigger - Singapore SkyPark


Language : Thai 


OR

Model-Based Control of Logistics Processes in Volatile Environments: Decision Support for Operations Planning in Supply Consortia



Model-Based Control of Logistics Processes in Volatile Environments: Decision Support for Operations Planning in Supply Consortia (Operations Research/Computer Science Interfaces Series)
Jörn Schönberger | Springer | 2011-05-13 | 193 pages | English | PDF


Product Description
This monograph presents results originating from a research project investigating autonomous adaptation of vehicle schedules and systematically develops and evaluates innovative ideas for the management of transportation processes in volatile scenarios. Showing the progress made in the development of the methodological toolbox for decision support in dynamic process management is the major motivation behind this book.  The result is a new integrated approach to dynamic decision making.
Existing process planning approaches for volatile environments and their application boundaries are investigated in Part I. Part II introduces the concept of feedback-controlled adaptive decision models and proposes the required extensions of the online decision making framework and of multi-agent systems. A comprehensive evaluation of the proposed decision model adaptation framework based on computational simulation experiments is reported in Part III and demonstrates the predominance of the new approach.
Distinguishing features of this book are:
-It provides the first contribution to the operational management of processes in supply networks that explicitly addresses the two challenges of dynamics and distributed decision making simultaneously.
-It systematically approaches the limits of model-based process planning but also proposes methods to extend the application boundaries.
-Software prototypes are developed and a comprehensive evaluation within numerical simulation experiments is executed.
-The observed results are discussed with an explicit focus on specific performance indicators (flexibility, stability and robustness).
-The strict interdisciplinary approach merging the requirements and needs of management sciences, operations research and computer sciences is pursued throughout the book.
From the Back Cover
This monograph presents results originating from a research project investigating autonomous adaptation of vehicle schedules and systematically develops and evaluates innovative ideas for the management of transportation processes in volatile scenarios. Showing the progress made in the development of the methodological toolbox for decision support in dynamic process management is the major motivation behind this book.  The result is a new integrated approach to dynamic decision making.
Existing process planning approaches for volatile environments and their application boundaries are investigated in Part I. Part II introduces the concept of feedback-controlled adaptive decision models and proposes the required extensions of the online decision making framework and of multi-agent systems. A comprehensive evaluation of the proposed decision model adaptation framework based on computational simulation experiments is reported in Part III and demonstrates the predominance of the new approach.
Distinguishing features of this book are:
-It provides the first contribution to the operational management of processes in supply networks that explicitly addresses the two challenges of dynamics and distributed decision making simultaneously.
-It systematically approaches the limits of model-based process planning but also proposes methods to extend the application boundaries.
-Software prototypes are developed and a comprehensive evaluation within numerical simulation experiments is executed.
-The observed results are discussed with an explicit focus on specific performance indicators (flexibility, stability and robustness).
-The strict interdisciplinary approach merging the requirements and needs of management sciences, operations research and computer sciences is pursued throughout the book.




or


e-Express สำหรับการนำเข้า-ส่งออก…


e-Express สำหรับการนำเข้า-ส่งออก
สินค้าเร่งด่วนแบบไร้เอกสาร
ธนัท สุวัธนเมธากุล  ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมศุลกากร

กรมศุลกากรให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน จึงได้มอบหมายให้สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพัฒนานวัต กรรมการให้บริการทางศุลกากรสำหรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเร่งด่วน (Express Consignments) ภายใต้โครงการ e-Express สำหรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเร่งด่วนแบบไร้เอกสาร
การให้บริการในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเร่งด่วน (Express Consignments) เป็น การให้บริการ ฝากส่งสินค้าซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกอบการของเร่งด่วน เพื่อนำสินค้าไปให้ถึงมือผู้รับปลายทางโดยเร็วที่สุด ตามวัน เวลาที่กำหนดในลักษณะ Door-to-Door การให้บริการในลักษณะเช่นนี้เปรียบเสมือนการส่งของทางพัสดุเร่งด่วน EMS ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด แต่ต่างกันที่เป็นการดำเนินการโดยผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ทำหน้าที่เป็นตัว แทนออกของ (Customs Broker) ในการปฏิบัติพิธีการศุลกากรให้ทั้งขาเข้าและขาออกให้กับผู้ฝากส่งด้วย
เดิมการปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับของเร่งด่วนใช้ระบบเอกสาร (Manual) ซึ่งต้องมีการจัดทำใบขนสินค้าในรูปแบบเอกสาร โดยไม่มีการจัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้การค้นหาและตรวจสอบข้อมูลไม่สะดวกรวมทั้ง การพัฒนาฐานข้อมูลของระบบงานสินค้าเร่งด่วนของผู้ประกอบการแต่ละรายต่างออก แบบและพัฒนาระบบของตนเอง ทำให้ขาดความเป็นเอกภาพและความมีมาตรฐาน ส่งผลให้การตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ไม่สามารถกระทำได้โดยสะดวก รวดเร็ว จึงก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูล  การนำระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มาใช้เพื่อการควบคุมทางศุลกากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  การขาดความเป็นมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดปัญหาการร้องเรียนในการปฏิบัติงานได้ง่าย อีกทั้งส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ความสามารถทางการแข่งขันลดลง รวมทั้งไม่สามารถสนับสนุนให้บรรลุวิสัยทัศน์ของกรมศุลกากร ในการเป็นศุลกากรมาตรฐานโลก (World-Class Customs) ได้
สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจึงได้พัฒนานวัตกรรมการให้ บริการใหม่โดยนำระบบเล็กทรอนิกส์มาใช้ และจัดทำเป็นโครงการ e-Express สำหรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเร่งด่วน แบบไร้เอกสาร เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบพิธีการศุลกากรรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Customs) โดยลดขั้นตอนและระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้าโดยพัฒนาระบบงานและวิธีการทำงาน ในรูปแบบใหม่ ดังนี้
Pre-arrival Manifestมีระบบการตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้าเป็นรายเที่ยวบิน โดยต้องแจ้งข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกของเร่งด่วนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของ ศุลกากรไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องบินออก หรือก่อนเครื่องบินลง เพื่อให้มีการตรวจปล่อยสินค้าได้ทันทีที่ของมาถึง กรณีที่สินค้าไม่ติดเงื่อนไขความเสี่ยง
English Declarationการส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า-ขาออกสำหรับของเร่งด่วน สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพียงภาษาเดียว โดยไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทย (การนำเข้า-ส่งออกในระบบ e-Customs ยังคงต้องสำแดงภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่กัน) ทั้งนี้เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายในการส่งข้อมูลได้ประมาณกึ่งหนึ่ง ลดบุคลากรซึ่งต้องใช้ในการแปลภาษา นอกจากนี้ยังเป็นการรองรับโครงการระบบเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลและการบริการ ภาครัฐ เพื่อการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์ (National Single Window) ในอนาคต
Risk Management – ใช้ระบบบริหารความเสี่ยงในการเลือก ตรวจสอบสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk) ก่อนการปล่อยของ รวมถึงการเลือกตรวจสอบสินค้าเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ทำให้กระบวนการตรวจปล่อยสินค้ารวดเร็ว และการจัดเก็บภาษีถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์
X-ray มีการนำระบบเอ็กซ์เรย์สินค้ามาใช้ในการตรวจ ปล่อย เพื่อช่วยลดเวลาในการตรวจสอบสินค้าทางกายภาพ (Physical Examination) แทนการเปิดตรวจสินค้า
Partial Clearance – มีระบบงานให้เจ้าหน้าที่สามารถบันทึกผลการตรวจปล่อยของบางส่วนได้ โดยสามารถตรวจปล่อยสินค้าที่ตรวจสอบแล้วถูกต้องไปก่อน ส่วนที่ไม่ถูกต้องจะส่งดำเนินคดี เมื่อคดีเสร็จสิ้นแล้วสามารถตรวจปล่อยเพิ่มเติมได้
e-Paymentเพิ่มช่องทางการชำระเงิน ผ่านระบบ e-Payment ทำให้ผู้ประกอบการของเร่งด่วนสามารถชำระค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าล่วงเวลาได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
Electronic Receiptเป็นการพัฒนารูปแบบใบเสร็จรับ เงินและการลงลายมือชื่อในในเสร็จ รับเงิน โดยระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรจะสั่งพิมพ์ชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบลงในใบ เสร็จรับเงินโดยอัตโนมัติ แทนการลงลายมือชื่อ และควบคุมความปลอดภัย โดยใช้รหัสของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ทำให้การออกใบเสร็จรับเงินเป็นไปด้วยความถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว
นอกจากนี้ ระบบ e-Express ได้เพิ่มคุณลักษณะใหม่ให้กับงานบริการเดิม โดยมีกระบวนการทำงานที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ประกอบการของเร่งด่วน ที่สามารถตรวจปล่อยสินค้าเร่งด่วนได้ ที่เดียว ทั่วไทย ทันใด ทุกเวลา
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการของเร่งด่วนจำนวน 14 ราย มีลูกค้าผู้ใช้บริการฝากส่งสินค้าประมาณ 6 – 7 หมื่นรายต่อปี โดยในปี 2553 ที่ผ่านมา มีปริมาณการนำเข้า-ส่งออก มากกว่า 10,000,000 Shipments แบ่งเป็นการนำเข้า 6,716,000 Air Waybills มีมูลค่าประมาณ 180,000 ล้านบาท มีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 12.5 ต่อปี และการส่งออกประมาณ 4,774,000 Air Waybills มีมูลค่าประมาณ 164,000 ล้านบาท อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8.34 ต่อปี โดยคาดว่าการใช้บริการจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
จากการมุ่งมั่นพัฒนาระบบ e-Express สำหรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเร่งด่วนแบบไร้เอกสาร ทำให้ได้รับรางวัลด้านนวัตกรรม ถึง 2 รางวัล คือ รางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชน ได้รับรางวัลดีเด่น ประเภทรางวัลนวัตกรรมการให้บริการ จากนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2553 และรางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 2 (MOF INNOVATION AWARDS 2010) ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทรางวัลระดับจังหวัด จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งจัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554