วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปรับเปลี่ยนเส้นทาง เพื่อบริการที่ดีกว่า

การเปลี่ยนแปลงแผนที่วางไว้ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายเสมอไป บางครั้งกลับทำให้ลูกค้าพึงพอใจมากยิ่งขึ้น
96_th_4_001

การขนส่งทางทะเล ยังคงเป็นรูปแบบการขนส่งสินค้าข้ามประเทศรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีต้นทุนต่ำสุด แต่จะทราบได้อย่างไรว่า บริษัทผู้ให้บริการการขนส่งทางทะเล (สายเรือ) ใดสามารถให้บริการที่ดีที่สุดได้ เนื่องจากมีบริษัทสายเรือมากมายทั่วโลกพร้อมที่จะให้บริการ และตอบสนองความต้องการของผู้ส่งสินค้าหรือชิปเปอร์ (Shipper) อยู่ตลอดเวลา

Shipper ทุกรายต่างมีความต้องการในสิ่งเดียวกันกันคือ ทำอย่างไรจึงจะได้กำไรมากที่สุด โดยมีต้นทุนต่ำ และยังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ “เวลา” และ “ต้นทุน” (ค่าขนส่งต่างๆ) จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการเลือกใช้สายเรือ โดยคำนึงถึงราคาค่าระวางเรือและระยะเวลาในการเดินเรือเป็นสำคัญ

ในความเป็นจริงแล้ว มีเพียงร้อยละ 80 ของการขนส่งสินค้าทางเรือเท่านั้น ที่สามารถขนส่งสินค้าได้ตรงตามเวลา ส่วนที่เหลือมักเกิดจากเหตุสุดวิสัย ได้แก่ สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินเรือ เช่น เมื่อเกิดพายุหรือะดับคลื่นที่สูง ทำให้ไม่สามารถออกเดินเรือได้ เพราะอาจทำให้เรือพลิกคว่ำได้ หรือ ท่าเรือปลายทาง (Destination port) หรือท่าเรือเปลี่ยนถ่ายลำเรือ (Transshipment port) ปิดหรือไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ในช่วงเวลาที่เรือลูก (Feeder) เข้าท่า เช่น ปัญหาทางการเมืองภายในประเทศ คนงานประท้วงไม่มาทำงานกัน เป็นต้น

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สายเรือต้องคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการจัดเส้นทางการเดินเรือใหม่ ส่วนใหญ่มักมีคำสั่งให้เรือลูกเข้าเทียบท่าท่าเรือที่ใกล้เคียง และคิดหาวิธีที่ไม่ทำให้สินค้าเกิดความล่าช้าไปมากกว่านี้ เช่น ดูว่ามีเรือแม่ (Mother feeder) ไปยังปลายทางหรือไม่

ตัวอย่างเช่น Shipper ต้องการจะส่งสินค้าออกจากท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทยไปยังเมืองลอสแองเจลิสที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปกติใช้เวลาการเดินเรือประมาณ 20 วัน โดยมีการหยุดถ่ายลำที่ท่าเรือฮ่องกง แต่เนื่องจากมีพายุไต้ฝุ่นเข้าที่ฮ่องกง ทำให้ต้องเปลี่ยนไปเข้าที่ท่าเรือเกาชูง (Kaohsiung) ในไต้หวันแทน ในกรณีเช่นนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่ หากมีการเปลี่ยนเรือแม่ แทนที่จะรอเข้าฮ่องกง

เมื่อลองเปรียบเทียบกับตารางการเดินเรือจริงที่ได้จาก maerskline.com โดยการสุ่มเลือกตารางการเดินเรือแหลมฉบัง-ลอสแองเจลิสทั้งหมด 2 ตารางการเดือน ตารางแรก เรือลูกออกจากแหลมฉบังวันที่ 26 เม.ย. ถึงฮ่องกงวันที่ 30 เม.ย. และไปถึงลอสแองเจิลลิสวันที่ 15 พ.ค. ใช้เวลาเดินเรือทั้งหมดเป็นเวลา 20 วัน ส่วนตารางที่สอง เรือลูกออกจากแหลมฉบังวันที่ 5 พ.ค. ถึงฮ่องกงวันที่ 8 พ.ค. แล้วถึงลอสแองเจลิสวันที่ 29 พ.ค. ใช้เวลาเดินเรือรวม 27 วัน
สมมุติว่า เกิดพายุไต้ฝุ่นเข้าที่ฮ่องกง หลังจากที่เรือออกจากแหลมฉบังไปแล้วเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ทำให้ต้องเปลี่ยนไปเข้าที่ท่าเรือเกาชูงแทน โดยน่าจะไปถึงประมาณวันที่ 9 พ.ค. (ปกติใช้เวลาประมาณเดินเรือ 1 วันจากท่าเรือฮ่องกง) ปรากฎว่า มีเรือแม่ไปลอสแองเจลิสออกวันที่ 10 พ.ค. ซึ่งหากสามารถโหลดสินค้าขึ้นเรือแม่ลำนี้ได้ทัน ก็จะไปถึงท่าเรือไปลอสแองเจลิสในวันที่ 22 พฤษภาคม โดยใช้เวลาการเดินเรือทั้งหมด 16 วัน ซึ่งเร็วกว่าตารางเรือปกติในทั้งสองตารางข้างต้น

จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแผนการเดินเรือข้างต้นถึงว่าเป็นประโยชน์แก่ทั้ง Shipper และ Consignee เนื่องจากทำให้สินค้าไปถึงเร็วกว่ากำหนด ในกรณีเช่นนี้ Shipper ส่วนใหญ่ก็มักจะอยากให้สายเรือเปลี่ยนมาใช้เส้นทางใหม่นี้ เนื่องจากมองเร็วใช้เวลาน้อยกว่าเส้นทางปกติ แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจก่อนว่า การที่สายเรือใช้ท่าเรือฮ่องกงเป็นท่าเรือ Transshipment หลักนั้นหมายความว่า การใช้เส้นทางอื่นที่ไม่ใช้เส้นทางหลักอาจมีต้นทุนที่สูงกว่า

ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในทางปฎิบัติสำหรับทั้ง Shipper และสายเรือคือ ควรมีการพูดคุยกับทางสายเรือโดยตรงว่า จะสามารถจัดเส้นทางใหม่ให้เป็นพิเศษได้หรือไม่ สำหรับการขนส่งสินค้าในอนาคต สิ่งที่สามารถทำได้คือ การทำสัญญา Service Contract ซึ่งเป็นราคาค่าระวางพิเศษ ที่เกิดจากการสร้างเงื่อนไขระหว่าง Shipper และสายเรือถึงการประมาณปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งออกต่อปี หากมีปริมาณการส่งออกที่มากพอสำหรับต้นทุนของทางสายเรือในการเปลี่ยนเส้นทางใหม่ ก็เป็นไปได้ว่า สายเรืออาจประนีประนอมให้สามารถใช้เส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทางหลักได้ ตรงนี้เสมือนเป็นหลักประกันระหว่าง Shipper และสายเรือ เรียกได้ว่า เป็น win-win situation เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์เท่าเทียมกัน

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

MEGA BREAKDOWN


Language: Thai

Download



Mobile Cinema






Economics Concepts and Choices


Sally Meek, “Economics: Concepts and Choices”
Houghton Mifflin College Div | 2008 | ISBN: 0618594035 | 609 pages | PDF | 34,1 MB

McDougal Littell Economics: Concepts and Choices uses a concept-driven and interactive approach to develop economic literacy. A variety of print and technology resources are integrated into this comprehensive program providing teachers and students with the tools needed for success.
Real-World Examples, Frequent Concept Application, and Continuous Updating
McDougal Littell Economics: Concepts and Choices illustrates economic concepts by using real-world examples that connect directly to students’ lives. Additional motivation and relevance to students is provided through frequent application of presented concepts in the form of challenging problems, activities, and case studies. Continuous content updating at ClassZone.com ensures that students and teachers stay abreast of the very latest in economic news and information.
Teachers can teach they way they choose
Easy-to-use tools that fit multiple teaching styles are a hallmark of McDougal Littell Economics: Concepts and Choices. From a full array of traditional print materials to time-saving technology resources that are portable, adaptable, and editable, the right resources at the right time are always at the teacher’s fingertips.
Assessment tools that inform instruction
McDougal Littell Economics: Concepts and Choices offers teachers a plethora of testing tools that are also teaching tools. More than a measure of progress, available tools also target areas where students need additional help, and suggest the necessary reteaching materials.

Download

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Jeep Hurricane a Different Dimension








HOW STUFF WORKS


Language: Thai

Download

The Strategic Project Office A Guide to Improving Organizational Performance (Center for Business Practices)


J. Kent Crawford,"The Strategic Project Office: A Guide to Improving Organizational Performance (Center for Business Practices)"
CRC | 2001-11-15 | ISBN: 0824707508 | 272 pages | PDF | 13.69 mb

Product Description

Describing the initiation, design, execution, and control of a strategic project office, this book provides step-by-step instructions for establishing a PMO. The author emphasizes cost management, cultural change, risk assessment, resource allocation, and skills tracking to increase project value, organizational efficiency, and productivity. He explores various aspects relating to planning and implementing the strategic project office, and concludes by considering how to change the organizational culture to match the new organization. Concise and easy, the book covers the many pitfalls and minefields and provide strategies to avoid them.

Download